วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

“ปู” โต้เปิดตัวแฟนแข่งกับ “อั้ม” ในวันวาเลนไทน์ บอกแค่อยากทำอะไรพิเศษบ้าง






“ปู ไปรยา” โต้เปิดตัว “โน้ต” แข่งกับ “อั้ม พัชราภา” ที่เปิดตัว “แอม พิธาน” ในวันวาเลนไทน์ บอกแค่อยากทำอะไรพิเศษบ้าง เผยฝ่ายชายเป็นคนน่ารักนิสัยดีอยากให้คนอื่นเห็นในมุมนี้บ้าง

      
       นับวันก็ยิ่งเปิดตัวหวานมากขึ้นสำหรับสาว “ปู ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนด์เบิร์ก” ที่ลงรูปหนุ่ม “โน้ต วิเศษ รังสีสิงห์พิพัฒน์” พร้อมบรรยายใต้ภาพว่าเป็นผู้ชายที่อบอุ่นที่สุดในโลกในวันวาเลนไทน์ ส่วนด้านหนุ่มโน้ตเองก็ลงรูปจับมือสาวปูพร้อมข้อความจะไม่ปล่อยมือนี้ให้ล้ม ทำเอาสื่อมวลชนจับจ้องถึงความหวาน แต่งานนี้สาวปูก็ยังคงกั๊กความสัมพันธ์ว่าฝ่ายชายเป็นแค่พี่และเพื่อนคนพิเศษคนหนึ่งเท่านั้น
      
       “วาเลนไทน์ถือเป็นวันพิเศษแห่งปี ก็มีนิดหน่อย พอดีว่าอยู่ต่างประเทศด้วยกัน ปูนัดเจอเพื่อนเลยชวนเขาไปด้วยเพราะเขาอยากเจอเพื่อนปูเหมือนกัน ไปเจอเพื่อนก็ชอบพี่เขา แล้วพอดีว่าช่วงวันที่ไปตรงกับวาเลนไทน์เลยได้มีอะไรพิเศษนิดหน่อย ส่วนของขวัญอย่างอื่นไม่มีให้กัน ปูไม่ได้ซีเรียสเรื่องของขวัญอะไร พี่โน้ตเป็นคนน่ารัก คนอื่นอาจจะไม่ค่อยรู้จัก แต่ปูรู้จักพี่เขามาสักพักหนึ่งแล้ว พี่เขาเป็นคนนิสัยดี เรียบง่าย อยากให้คนอื่นเห็นเขาในมุมนี้บ้าง” 
      
       “ที่ตัดสินใจลงอย่างที่บอกว่ามันเป็นวันพิเศษ นานๆ ทีทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็มีความหมาย ส่วนพี่เขาเป็นคนพิเศษด้วยหรือเปล่า ก็ตามที่เห็นในภาพ แต่ยังไม่เรียกแฟนนะคะ ไม่ได้เปิดแต่ไม่ได้ปิด เขาเป็นพี่และเพื่อนที่พิเศษคนหนึ่ง ตอนลงรูปบอกพี่โน้ต เขาไม่ได้ว่าอะไร ส่วนทางพี่โน้ตลงรูปปูแล้วเขียนประมาณว่าจะไม่ปล่อยมือให้ล้ม เห็นภาพแล้วน่ารักดี อย่างที่บอกคนรู้จักกันแล้วพากันไปทางที่ดีก็เป็นเรื่องดี รูปคู่ยังก่อนค่ะเอาแค่ประมาณนี้ก็โอเคแล้ว ความรักของปูแฮปปี้ดี มีความสุขตลอดเวลาค่ะ”
      
       และก็ช่างบังเอิญเหลือเกินที่อดีตแฟนเก่าของ “โน้ต” อย่าง “อั้ม พัชราภา” ก็ลงรูปคู่กับ “แอม พิธาน” แฟนหนุ่มครั้งแรก เรียกว่าต่างคนต่างเปิดตัวแสดงความรักอย่างเต็มตัวครั้งแรก
      
       “ปูไม่รู้เรื่องเลยค่ะ ไม่ค่อยได้อ่านข่าว ถ้าคนจะมองว่าพี่อั้มเปิดตัว ปูเลยเปิดตัวบ้าง ต้องบอกว่าปูไม่ได้เปิดนะคะ แค่ทำตัวตามปกติ วาเลนไทน์ก็อยากทำอะไรที่พิเศษค่ะ”




               

เวทีขาอ่อนระอุ! “งัด สุพล” เสียบแทน “ณวัฒน์” ดึง “คุณแดง” เป็นที่ปรึกษา ด้านณวัฒน์เอาคืนย้ายไปทำกับช่อง 7

“งัด สุพล” มาเป็นผู้จัดการประกวด “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2013” เสียบแทน “ณวัฒน์”
       “งัด สุพล” โผล่เสียบแทน “ณวัฒน์” เป็นผู้จัดการประกวด “มิสไทยแลนด์เวิลด์” รับ “คุณแดง” โดดเป็นที่ปรึกษาให้ ยันอีกฝ่ายไม่ได้อยู่เบื้องหลัง แต่ไม่ตอบให้คำปรึกษาเรื่องอะไรบ้างเพราะกลัวโดนด่า ด้านณวัฒน์เอาคืนย้ายไปทำกับช่อง 7 เปิดเวที “มิส แกรนด์ ไทยแลนด์” ท้าชน
      
       หลังจากมีข่าวลือมาพักใหญ่ว่าช่อง 3 จะดึง “งัด สุพล วิเชียรฉาย” มาเป็นผู้จัดการประกวด “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2013” เสียบแทน “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” โดยมี “แดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์” อยู่เบื้องหลัง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางฝ่ายของณวัฒน์เองก็ได้ออกมาทิ้งระเบิดก่อนจากด้วยการแฉช่อง 3 ว่าไม่ยอมป้อนงานมิสไทยแลนด์เวิลด์ แม้แต่ละครก็ไม่เปิดโอกาสให้แคส ถึงขนาดขอเล่นบทคนใช้ก็ไม่ให้ ต้องวิ่งโร่ไปของานทำกันเอง
      
       ล่าสุดเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ณวัฒน์นั้นโดนเด้งชัวร์ และตามคาดช่อง3 ได้ดึง “งัด สุพล” เข้ามาทำแทน แต่ผู้จัดมือใหม่ออกโรงป้องคุณแดงไม่ได้อยู่เบื้องหลัง เพียงแต่นั่งแท่นเป็นที่ปรึกษาให้เท่านั้น งานนี้ระอุแน่เพราะณวัฒน์เอาคืนด้วยการไปเปิดเวทีการประกวดชื่อ “มิส แกรนด์ ไทยแลนด์” ให้กับช่อง 7 คู่แข่งตลอดกาล และจะมีการแถลงข่าวขึ้นในวันที่ 21 ก.พ.ที่จะถึงนี้แล้ว ซึ่งประเด็นทั้งหมดนี้ งัด สุพล ได้เปิดใจว่า….
      
       “คุณแดงทำไม่ได้ เพราะคุณแดงมีลิขสิทธิ์มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ส่วนมิสเวิลด์มันคนละค่ายกัน ก็เหมือนช่อง 3 ช่อง 7 แหละ คุณแดงเลยทำไม่ได้ แต่คุณแดงก็เป็นที่ปรึกษาให้ครับ เป็นการปรึกษากันเป็นการส่วนตัว ถ้าผมมีปัญหาผมก็จะถามท่านแค่นั้นเอง คุณแดงยุ่งไม่ได้ ตำแหน่งอะไรที่ปรึกษาให้คุณแดงไม่มีนะ ด้วยข้อจำกัดมันไม่ได้ เป็นแค่การพูดคุยกัน ด้วยเราเป็นเด็กก็ขอคำปรึกษาผู้ใหญ่”
      
       เมื่อย้ำถามว่า “คุณแดง” ให้คำปรึกษาแนะนำอะไรในฐานะมือใหม่ เจ้าตัวก็ถึงกับชิ่งไม่ตอบเหตุกลัวโดนด่า “ไม่ครับ ไม่บอกครับ เดี๋ยวโดนด่า อย่าบอกเลย สงสารผมเถอะนะ”
      
       ไม่ฟันธงจากนี้ไปต้องมาทำมิสไทยแลนด์เวิลด์ถาวร
      
       “ไม่รู้เลย เราทำตามหน้าที่ ดูที่มือสิ ผมโดนใส่กุญแจมือ เราก็มือใหม่ก็ลำบากนิดนึง แต่ด้วยเราเป็นคนทีวี เราก็ต้องพยายามสร้างสีสันในโชว์ ให้คนที่ดูทีวีสนุกให้เต็มที่”
      
       ยันถึงมาเสียบแทน “ณวัฒน์” แต่ไม่ได้มีปัญหากัน
      
       “ผมกับณวัฒน์ไม่มีอะไรกันนะ การทำหลายๆ ทีมก็ดีจะได้มีการแข่งขันทำให้งานมันดีมีการพัฒนาขึ้น เป็นประโยชน์กับคนดูเต็มๆ ก็เป็นเรื่องธรรมดา นี่เป็นเรื่องของช่อง3 ที่มอบให้บีอีซีเทโรทำ เราก็ทำ แต่เมื่อไหร่ที่ช่อง 3 ไม่ให้เราทำ ช่อง 3 จะให้คนอื่นทำก็เป็นเรื่องของทางผู้ใหญ่ เราไม่มีสิทธิ์อะไร เรามีหน้าที่รับคำสั่งและปฎิบัติตาม”
      
       ไม่ยุ่ง “ณวัฒน์” ไปเปิดเวทีใหม่ที่ช่อง 7 ซึ่งเป็นคู่แข่งกัน แต่ยอมรับกดดัน
      
       “มันเป็นเรื่องของนายกับณวัฒน์ ผมไม่รู้เรื่องอะไรด้วย เราก็มือใหม่หัดทำ ก็กดดันพอแล้ว ผมยังไม่ได้เจอณวัฒน์เลย เขาก็คงโกรธอยู่ แต่เขาคุยกับนายไง มันไม่เกี่ยวกับผม”
      
       พร้อมกันนี้เจ้าตัวยังได้เผยถึงสาวงามที่จะเข้ามาสมัครเวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ในปี้นี้ว่า…
      
       “สาวงามที่มาประกวดปีนี้เน้นทุกแบบครับ ไม่จำกัด ไทย ฝรั่ง สูง เตี้ย เราพิจารณาหมด เราปล่อย เราอยากให้นางงามที่เข้ามาทุกคนมั่นใจ มีความเป็นตัวของตัวเอง อิสระ ไม่ต้องไปกลัวอะไร คอนเซ็ปต์เราคือขอ 3 คำ สวยจากภายใน สวยจากภายนอก สวยจากสมอง แค่นั้น แล้วเราก็มีธีมความเป็นอาเซียน ฉะนั้นเราจึงเน้นความเป็นไทย ความเป็นไทยมันอยู่ตรงไหน คุณเป็นคนไทย อุปนิสัยคนไทยคือความนอบน้อมถ่อมตัว แล้วก็รวมถึงบุคลิกลักษณะที่บ่งบอกถึงความเป็นคนไทย เราไม่เน้นว่าต้องสูง จะให้สูงไปถึงไหน คนไทยไม่ได้สูงอะไรมากมายนะ อย่างปีก่อนๆ คุณปภัสราก็ไม่ได้สูงอะไรมากมาย”
      
       “ต้องคงลักษณะของมิสเวิลด์ไว้เพราะเรามีลิขสิทธิ์ ฟอร์แมตอะไรทั้งหลายก็ยังคงต้องเป็นอย่างนั้นอยู่ มีชุดราตรียาว ชุดว่ายน้ำ จะ 2 ชิ้น หรือชิ้นเดียวอันนี้ขออุบไว้ก่อน แต่เราจะเพิ่มความสนุกสนานเข้าไป เพราะเดี๋ยวนี้การจัดอีเวนต์แบบนี้มันมีหลากฝ่าย อาทิ ก็อตทาเลนต์ ทีนี้เราขึ้นไปเดินเฉยๆ มันก็จะน่าเบื่อ เราก็พยายามจะมิกซ์ความสนุกสนานบนเวทีเพิ่มขึ้นให้มันดูลงตัว ดูสนุกที่สุด บางทีคนที่อยู่หน้าเวทีดูสนุก ตื่นตาตื่นใจ แต่คนที่ดูทีวีที่บ้านดูไม่ทัน อันนี้เป็นสิ่งที่นายคอมเม้นต์มาว่าคนดูในทีวีดูไม่ทัน เป็นกลุ่มๆ ผ่านๆ เราจึงต้องเน้นเรื่องของการถ่ายทำ ด้วยเราเองก็เป็นคนทีวีด้วย เราก็จะต้องวางโครงสร้างใหม่”
      
       “ปีนี้เราคัดเลือกและเก็บตัวน้อยลง ลงจาก 100 คนเหลือ 50 แล้วก็ 20 คือเราต้องการโฟกัสคนให้คนดูได้รู้จัก 20 คนนี้จริงๆ แล้ว 20 คนนี้เราเลือกเพื่อที่เราจะได้สามารถใช้งานได้หมด เราจะเอาใช้งานหมดเลย 20 คนนี้ ฉะนั้นขึ้นมา 20 คนนี้ต้องดูดีหมด ถามว่า 20 คนนี้สามารถรับเข้ามาทำงานในวงการต่อเลยได้มั้ย คือเราก็คงจะเคี่ยวเข็นกันเต็มที่ เพราะหลักเราอยากจะให้ 20 คนใช้งานได้ เราอยากจะพัฒนาในเรื่องของวงการบันเทิง ในธีมนี้ก็อยากจะทำเพื่อวงการบันเทิง เพราะที่ผ่านมาก็โดนพูดกันว่าได้มาแล้วก็เอามาใช้อะไรไม่ได้ แต่เราก็ไม่รับปากนะว่า 20 คนนี้จะได้เข้าวงการบันเทิง แต่เราก็จะพยายามให้ได้มากที่สุด”
      
       ยังเปิดกว้างเรื่องของการทำศัลยกรรม
      
       “ฟรีๆ ครับ ศัลยกรรมเป็นวิวัฒนาการของการเสริมสวย แต่ก่อนเราเสริมสวยด้วยเมคอัพความงาม ลิปสติก ใส่ขนตา พอมีวิวัฒนาการมากขึ้น มีการฉีด อะไรก็ตามเราก็คงไม่ขัด ไม่จำกัด”
      
       ส่วนกรณีที่ปีนี้ไม่มีการถ่ายทอดสดวันตัดสิน โดยรอบตัดสินจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 9 เม.ย. แต่จะให้ประชาชนชมเทปบันทึกภาพได้อีกทีในวันพุธที่ 10 เม.ย. ทางช่อง 3 นั้น เจ้าตัวแจงว่า….
       “เราประกวดวันที่ 9 เมษาฯ แล้วออนแอร์วันที่ 10 เมษาฯ เลย คือมันจะได้อย่างเสียอย่างนะ การดูรายการที่มันลุ้นเลยวันนี้มันจะไม่ได้อะไร แต่ข้อดีของมันเราจะสามารถตัดต่อ ทำโปรดักชันได้ดี เราทำรายการทีวี เราต้องการทำให้เหมือนโชว์ทางรายการทีวี เน้นที่ตัวนางงาม ความสวย ซึ่งบางทีพอมันสดปุ๊บ การแพลนการจัดองค์ประกอบต่างๆ ของกล้องก็ฉุกละหุก ปีนี้เราก็พยายามทำให้มันลงตัว”
      

“อั้ม” ปลื้ม คนฟอลโลว์ IG ทะลุหลักล้าน!

    เปิดโผ 20 อันดับอินสตาแกรมคนบันเทิงไทยที่มีคนติดตามมากที่สุด ด้านนางเอกสาวชื่อดัง “อั้ม พัชราภา” ทะลุหลักล้านขึ้นที่ 1 เจ้าตัวสุดปลื้มเตรียมหาของขวัญมอบตามแทน
       ทำเอานางเอกสาวชื่อดังอย่าง “อั้ม พัชราภา” ถึงกับเป็นปลื้มทีเดียวภายหลังจากที่อินสตาแกรมส่วนตัวของเธอได้มีคนเข้ามาติดตามทะลุหลักล้านไปเป็นที่เรียบร้อย โดยในช่วงประมาณเที่ยงวันของวันนี้ (17 ก.พ. 56) ดาราสาวคนดังก็ได้โพสต์ข้อความขอบคุณแฟนๆ พร้อมกับเผยว่าเตรียมจะจัดกิจกรรมผ่านทางอินสตาแกรมเพื่อมอบของขวัญให้เป็นการตอบแทนด้วย
      
       ทั้งนี้ จากการที่มีคนเข้ามาฟอลโลว์อินสตาแกรมของสาวอั้มจนทะลุไปหลักล้านนั้นก็ส่งผลให้นางเอกสาวขึ้นแท่นคนบันเทิงที่มีคนให้ความสนใจติดตามความเคลื่อนไหวมากที่สุดไปเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่อันดับ 2 ที่ตามมาแบบห่างๆ ก็คือ นักแสดงสาว “ชมพู่ อารยา” ด้วยจำนวนตัวเลขที่ 784,662 ฟอลโลว์
      
       อันดับที่ 3 “พลอย เฌอมาลย์” ที่ 761,011 ฟอลโลว์ ส่วนอันดับที่ 4 ตกเป็นของหนุ่มเกรียนขวัญใจสาวๆ “บอย ปกรณ์” ที่ 684,403 ฟอลโลว์ โดยสำหรับหนุ่มบอยนั้นต้องถือว่าเจ้าตัวเป็นเพียงดารานักแสดงหนุ่มเพียงคนเดียวที่ติดอันดับหนึ่งในสิบของคนบันเทิงที่มีคนฟอลโลว์ผ่านอินสตาแกรมมากที่สุด
      
       อันดับที่ 5 “วุ้นเส้น วิริฒิพา” ที่ 609,996 ฟอลโลว์ ตามด้วย “ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ” ที่ 520,722 ฟอลโลว์ นอกจากนั้นก็มีในส่วนของสาว “กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์” ที่ 493,802 ฟอลโลว์, “ญาญ่า อุรัสยา” จำนวน 490,434 ฟอลโลว์, สาว “คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส เทียมศิริ” จำนวน 472,843 ฟอลโลว์ และอันดับที่ 10 สาว “พีค ภัทรศยา” ที่ 468,052 ฟอลโลว์
        ...
       20 อันดับอินสตาแกรมคนบันเทิงที่มีคน followers มากที่สุด
       
       อันดับที่ 1 อั้ม พัชราภา (@aum_patchrapa) จำนวน 1,002,950
       
       อันดับที่ 2 ชมพู่ อารยา (chomismaterialgirl@chomismaterialgirl) จำนวน 784,662
      
       อันดับที่ 3 พลอย เฌอมาลย์ (Chermarn Boonyasak@chermarn) จำนวน 761,011
      
       อันดับที่ 4 บอย ปกรณ์ (@boy_pakorn) จำนวน 68,4403
      
       อันดับที่ 5 วุ้นเส้น วิริฒิพา (vjwoonsen@vjwoonsen) จำนวน 609,996
      
       อันดับที่ 6 ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ (@tukky66) จำนวน 520,722
      
       อันดับที่ 7 กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย (gggubgib@gggubgib) จำนวน 493,802
      
       อันดับที่ 8 ญาญ่า อุรัสยา (@urassayas) จำนวน 490,434
      
       อันดับที่ 9 คิมเบอร์ลี่ (Kimberley Anne Tiamsiri @kimmy_kimberley) จำนวน 472,843
      
       อันดับที่ 10 พีค ภัทรศยา (@peakpattarasaya) จำนวน 468,052
      
       อันดับที่ 11 (Margie Balenciaga@margie_rasri) จำนวน 460,923
      
       อันดับที่ 12 หมาก ปริญ (Prin Suparat @mark_prin) จำนวน 446,496
      
       อันดับที่ 13 โดม ปกรณ์ ลัม (domepakornlam@domepakornlam) จำนวน 442,658
      
       อันดับที่ 14 เมย์ เฟื่องอารมย์ (mayfuang@mayfuang) จำนวน 440,065
      
       อันดับที่ 15 เต้ย จรินทร์พร (Jarinporn J.@toeyjarinporn) จำนวน 438,245
      
       อันดับที่ 16 โฟร์ ศกลรัตน์ (Four Sakonrut@khunfour) จำนวน 399,780
      
       อันดับที่ 17 แพร อมตา จิตตะเสนีย์ (Amata Chittasenee@pearypie) จำนวน 396,018
      
       อันดับที่ 18 คริส หอวัง (Cris Horwang @crishorwang) จำนวน 394,364
      
       อันดับที่ 19 นุ่น วรนุช (Woranuch Wongsawan@nuneworanuch) จำนวน 389,415
      
       อันดับที่ 20 แอน ทองประสม (AnneThong @annethong) จำนวน 366,107
      
        (หมายเหตุ : จำนวนตัวเลขสำรวจล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น.ของวันที่ 17 ก.พ. 2556 และตั้งแต่อันดับที่ 11-20 อ้างอิงจาก http://zocialrank.com/instagram/)

“อั้ม-นัท” ลงขันเปิดร้านอาหาร เรื่องแต่งงานยังไม่ถึงเวลาไม่ทำตามแฟชั่น








“นัท” ลงขัน “อั้ม” เปิดร้านอาหาร เผยวาเลนไทน์ที่ผ่านมาไปทำอาหารหม่ำด้วยกัน ส่วนเรื่องแต่งงานนั้นคงไว้ถึงเวลาที่เหมาะสม ไม่ใช่ตามแฟชั่น
       
       “นัท มีเรีย” กับ “อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์” ลงขันร่วมหุ้นกับเพื่อนในวงการบันเทิงเปิดร้านอาหาร “หยินหยาง” ซึ่งถือเป็นธุรกิจแรกที่ทั้งคู่ทำร่วมกัน โดยร้านดังกล่าวนอกจากขายอาหารแล้วก็ยังขายของแต่งบ้านด้วย
       
       นัท : “ก็เป็นร้านอาหารสไตล์เอเชียโมเดิร์นสไตล์แบบเป็นกันเอง ร้านจะตกแต่งแบบกระจกกว้างๆ มีมุมแบบลองเทเบิ้ลแล้วก็จะมีมุมสวีต 2 คนด้วย อาหารก็จะหลากหลายเป็นเอเชียฟิวชัน เลือกตามราศีได้ด้วย ค็อกเทลก็มีอร่อยมากค่ะ คนไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก็ดื่มได้”
       
       อั้ม : “ของเราจะเป็นหุ้นหลักแต่ก็จะมีเพื่อนๆ พี่ๆ มาร่วมลงทุนด้วยครับ ราคาอาหารก็ไม่แพง ก็ลงทุนไปหลายหลักครับ เพราะด้วยเรื่องสถานที่ เรื่องเมนูอาหารเราก็ระดมไอเดียของแต่ละคนในการเดินทางแต่ละที่ว่าเราเจออาหารแบบนี้แล้วชอบ หรือไฟที่ประดับในร้านเราก็ออกแบบเพื่อให้ส่องอาหารมีหน้าตาดี รวมถึงจานชามเป็นของช่างฝีมือดังที่ออกแบบโดยเฉพาะ”
       
       นัท : “คือที่นี่ขายอาหาร และจะมีจานชาม อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ที่สามารถซื้อกลับไปก็ได้ค่ะ อาหารที่นี่ก็เป็นหยินหยาง เป็นความสมดุล มีทั้งร้อนและเย็น เราเลือกเมนูอาหารกับขนมตามราศีได้ด้วย" 
       อั้ม : “จริงๆ เราทำร่วมกันหมด ไม่ว่าจะเป็นไอเดียตกแต่งร้าน หรือเมนูอาหารครับ”
       
       เผยวาเลนไทน์ที่ผ่านมาแค่ทำอาหารทานด้วยกัน ส่วนเรื่องแต่งงานนั้นคงไว้ถึงเวลาที่เหมาะสม
       อั้ม : “วาเลนไทน์ก็ฉลองง่ายๆ เลย ไปฉลองบ้านพี่ที่นับถือ เพราะเมื่อวานรถติดมาก”
       นัท : “ไปทานปูอบวุ้นเส้น (หัวเราะ)”
       อั้ม : “คนจะคิดว่าต้องสวีตหวานแหววไปนั่งทานอาหาร ทำในกระทะที่บ้านก็ง่ายๆ อบอุ่นดีครับ"
       
       นัท : “ไม่ได้ดอกไม้สักดอกเลยค่ะ (หัวเราะ) ไม่หรอกค่ะ ก็ไม่ซีเรียสนะคะ คุณอั้มไปธุระเขาก่อน แล้วก็มาเจอกันตอนเย็น ทานข้าวแบบง่ายๆ สบายๆ ค่ะ”
       อั้ม : “คุณนัทก็บอกว่าไม่ต้องอะไรมากมาย ขอแบบตู้มๆ ทีเดียว อย่าประปรายครับ”
       นัท : “แหวนนี่ไม่มีอะไรค่ะ ซื้อเองค่ะ ถ้าคุณอั้มซื้อต้องใหญ่กว่านี้ ยังไม่คิดเรื่องนั้นเลย เอาเวลาที่เหมาะสมแล้วกัน ไม่ได้ตามแฟชั่นสักเท่าไหร่ ถ้าทุกอย่างเป็นโอกาสที่ดี เราพร้อมทุกอย่าง เรามีเวลา มันก็คงจะมีโอกาสดี”

“วิว” แตกหัก “หมาก” เลิกส่งตั๊กแตนทอดให้ ด้านฝ่ายชายโพสต์ Happy Fucking Valentine

“วิว” แตกหัก “หมาก” เลิกส่งตั๊กแตนทอดให้กิน ด้านฝ่ายชายโพสต์ Happy Fucking Valentine วิวยันที่ผ่านมาสัมพันธ์แค่เพื่อนเท่านั้น
       
       “หมาก ปริญ สุภารัตน์” เคยออกประกาศว่ากำลังคบหาดูใจกับนางเอกสาว “วิว วรรณรท สนธิไชย” แต่ไม่ทันไรวิวก็มีข่าวไปหา “โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” ที่คอนโดฯ แล้ว “สน ยุกต์ ส่งไพศาล” ตามไปเจอจนทำให้เกิดเรื่องทะเลาะกัน ถึงแม้วิวจะออกมาปฏิเสธแล้วว่าไม่จริง แต่ท่าทางหมากจะไม่เคลียร์ เพราะล่าสุดในวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา หมากโพสต์รูปเสื้อยืดสีขาวสกรีนข้อความว่า “Happy Fucking ValentineDay" เหมือนจะประชดวิว นอกจากนั้นแล้วก็ยังพูดว่า ตั๊กแตนซื้อกินเองได้ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า วิวชอบซื้อตั๊กแตนไปฝากหมาก งานนี้วิวนั่งยันนอนยันว่าเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น และไม่ใช่คนส่งตั๊กแตนไปตลอด
       
       “ไม่ค่ะ เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว ไม่มีเรื่องตัดขาดอะไรกันอยู่แล้ว ก็คุยกันน้อยลงเพราะต่างคนต้องทำงาน แต่ส่วนมากก็ไม่ไปไหนด้วยกันอยู่แล้ว ไม่ค่อยได้คุยกันมากกว่าค่ะ ไม่อยากให้โฟกัสเรื่องนี้มากกว่า ต่างคนต่างทำงาน อยากให้คนดูเราในทางดีๆ ถ้ามีข่าวแบบนี้ก็จะโยงไปในทางที่ไม่ดีค่ะ (มีข่าวว่าพี่หมากไม่พอใจว่าเราไปยุ่งกับโตโน่?) ไม่ค่ะไม่มีอะไร”
       
       “และที่บอกว่าข่าวว่าเราเลิกกันจริงจังก็ไม่มีค่ะ ไม่มีอะไรอยู่แล้ว เป็นเพื่อนกันไม่ได้เลิกคบกัน ยังไงก็เพื่อนกันค่ะ เรื่องลดสถานะไม่มีนะคะ สำหรับวิวไม่มีอะไรค่ะ เพราะไม่ได้คุยกันตอนนี้ แต่ว่าก็ยังอัพเดตกันอยู่ค่ะ (หมากพูดต่อไปตั๊กแตน ซื้อกินเองได้?) หนูไม่ใช่คนส่งตั๊กแตนนะคะก็เป็นแค่มีโอกาสส่งให้ไป แต่เราก็ไม่ใช่คนส่งตั๊กแตนตลอดไปนะคะ ส่วนเรื่องโพสต์รูปเสื้อวิวว่าอาจจะเป็นเรื่องทำงานหรือเปล่าคงไม่เกี่ยวกับหนูค่ะ”
       
       เผยนอกจาก “หมาก” ไม่ได้คุยกับใคร บอกอยากโฟกัสเรื่องงานไม่ใช่เรื่องความรัก
       “ไม่ค่ะ ตอนนี้เป็นข่าวกับคนนี้อยู่ แต่เราไม่ได้ยุ่งกับใครอยู่แล้ว ใช้ชีวิตเป็นปกติ(ตอนนี้คุยกับหมากมากที่สุดใช่มั้ย ในโซเซียลเน็ตเวิร์ก?) ก็เรื่อยๆ คุยกับกลุ่มเพื่อนหลายๆ คน คุยกับหมากก็ไม่ได้ทุกวัน ต่างคนต่างทำงานค่ะตอนนี้เป็นเพื่อนกันสบายใจดี และก็ไม่อยากให้โฟกัสเรื่องนี้ค่ะ ขอทำงานก่อนดีกว่าค่ะ”
       

       

"เฟอร์บี้ สัตว์เลี้ยง ไฮเทค" คลายเหงาได้จริงหรือ ?

"เฟอร์บี้ สัตว์เลี้ยง ไฮเทค" คลายเหงาได้จริงหรือ ?





กลายเป็นของเล่นใหม่ที่ทุกคนต้องมี สำหรับตุ๊กตาสัตว์เลี้ยงไฮเทคอย่าง "เฟอร์บี้" จะว่าไป เฟอร์บี้ไม่ได้เพิ่งถือกำเนิดมาบนโลกใบนี้ แต่เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เฟอร์บี้ ก็ได้รับความนิยมไม่น้อย แต่นิยมได้ไม่นานก็ซาไป แต่วันนี้ เฟอร์บี้กลับมาอีกครั้ง ด้วยความน่ารักสดใส ร้องเพลงได้ พูดได้ กะพริบตาได้ 
ความฮิตของเฟอร์บี้อย่างท่วมท้น บางครั้งก็นำมาซึ่งคำถามว่า ทำไมตุ๊กตาที่หน้าตาก็ไม่ได้น่ารักอะไรมากมาย ทำไมถึงฮิตได้เพียงนี้ ทั้งที่ยังมีสัตว์เลี้ยงที่เป็นสิ่งมีชีวิตจริงๆ ที่น่ารักกว่าอีก หรือเพราะคนสมัยนี้ "เหงา" มากขึ้น จะให้เลี้ยงสุนัขและแมวก็รู้สึกว่าเป็น "ภาระ" เกินไป จึงหันมาเลี้ยง "สัตว์เลี้ยง ไฮเทค" อย่างเฟอร์บี้แทน
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขวิเคราะห์กระแสเฟอร์บี้ฟีเวอร์ว่า ที่ฮิตกันจริงจังขนาดนี้ เหตุผลสำคัญคือเพราะ "กระแส" ระยะหลังสื่อมีอิทธิพลกับคนในสังคมไทยมหาศาล และสังคมไทยเป็นสังคมที่การสื่อสารแรงจะเห็นว่า พอมีอะไรฮิตขึ้นมา คนในสังคมก็จะฮิตตาม แต่ของพวกนี้มาเร็ว ก็ดับเร็ว ไม่อยู่นาน"
เหตุผลต่อมา พญ.อัมพร บอกว่า ด้วยธรรมชาติของมนุษย์ ที่กระหายความรัก ความผูกพัน ความเอาใจใส่ แม้งานจะยุ่งแค่ไหน หรือมีกิจกรรมทำมากมาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ความต้องการความรัก ความผูกพัน เอาใจใส่จะหมดไป


 
"เฟอร์บี้เป็นสัตว์เลี้ยงที่ตอบสนองความต้องการตรงนี้ได้ แม้จะเป็นความผูกพันเพียงชั่วคราว แต่ก็ทำให้หัวใจมีความสุข ดี๊ด๊าได้สักพักหนึ่งเหมือนกัน อีกทั้งยังไม่สร้างภาระให้มากเหมือนการเลี้ยงสุนัขและแมว ซึ่งคนยุคนี้ไม่มีความสุขต่อการรับผิดชอบชีวิตผู้อื่น เราจึงเห็นสุนัขและแมวถูกทิ้งเพิ่มขึ้น ขณะที่เฟอร์บี้เป็นสิ่งฉาบฉวยที่ตอบโจทย์ช่วงสั้นๆ ของความปรารถนาได้"
พญ.อัมพร บอกอีกว่า เฟอร์บี้เป็นตุ๊กตา การเล่นเฟอร์บี้ทางการแพทย์ระบุว่าเป็นภาวะ "regression" หรือภาวะถดถอยทางอารมณ์ที่ย้อนกลับไปเป็นเด็กคิกขุนาโนเนะอีกครั้ง ภาวะนี้เป็นภาวะที่ถดถอยกลับไปเติมความชื่นบานในจิตใจ กลับไปเล่นตุ๊กตา ซึ่งการถดถอยกลับไปเป็นเด็กชั่วขณะจะช่วยทำให้ผ่อนคลายและสดชื่นขึ้น
พญ.อัมพร บอกว่า ความเหงาอาจเป็นแรงผลักดันในบางคนเท่านั้น แต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่มีเฟอร์บี้เพราะเหงา ส่วนใหญ่เกิดเพราะกระแสชี้นำทางสังคมมากกว่า เพราะเฟอร์บี้ก็ไม่ได้มีลักษณะเด่นอะไร หากเทียบกับตุ๊กตาบาร์บี้ที่คลาสสิกและเป็นตุ๊กตาที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย
"เฟอร์บี้ มีไว้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการมีความรัก ความเอาใจใส่ ความผูกพัน แต่เฟอร์บี้ไม่มีชีวิต ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่ครอบครัว สามีภรรยา ลูก พ่อแม่ พวกเขาเหล่านี้คือของจริงไม่ฉาบฉวยและยั่งยืน"
สุดท้าย พญ.อัมพร แนะด้วยความห่วงใยว่า การตามกระแสไม่ใช่สิ่งผิด แต่ต้องรู้เท่าทันตัวเอง มีสติไตร่ตรองว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้น เราชอบหรือเปล่า ทำแล้วเกิดปัญหากับทั้งตัวเองและผู้อื่นไหม ถ้ามีสติอย่างนี้ เกาะกระแสนิดหน่อยได้ไม่ว่ากัน
"แต่ถ้าห่วงใยกระแส จนกลัวหลุดกระแส กังวลต่อสายตาคนอื่นที่มองมาว่าเราแตกต่าง จนเกิดความเครียด ทำอะไรลงไปจนเกินข้อจำกัดตัวเอง ภาวะนี้สะท้อนว่า เราเป็นคนขาดความเป็นตัวของตัวเอง ปล่อยให้กระแสมามีอิทธิพลเหนือชีวิตของเรา"
บนโลกใบนี้เต็มไปด้วยความสุข แต่ "สุขแท้" และ "สุขเทียม" อยู่ที่ใจเราเท่านั้นที่รู้ดี

ที่มา http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/article/32982

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

รัดผมตึง...ระวัง โรคเครียด !! (ข่าวสด)


รัดผมตึง...ระวัง โรคเครียด !! (ข่าวสด)
          สาวๆ ที่ชอบมัดผมตึง ตกช่วงบ่ายๆ อาจจะเจอกับอาการมึนหัว อึดอัด ปวดตึงบริเวณต้นคอและท้ายทอยอยู่บ่อยๆ ถ้าเป็นแบบนี้ นั่นอาจจะเป็นการส่งสัญญาณเตือนถึงความเครียดภายใต้หนังศีรษะก็เป็นได้
          จากการสัมภาษณ์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเส้นผมพบว่า ผู้หญิงไทยที่ชอบมัดผม หรือคาดผมจนตึงแน่นอยู่เป็นประจำ ซึ่งทรงผมสุดเนี้ยบนี้อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่อาการปวดหัวเรื้อรัง และทำให้เกิดโรคเครียดตามมาโดยไม่รู้ตัว

          แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเส้นผม กล่าวว่า การรัดผม คาดผม หรือมัดผมจนตึงแน่นเป็นประจำ จะทำให้หนังศีรษะถูกเหนี่ยวรั้งมากขึ้น นอกจากจะทำให้ความกว้างของหน้าผากมากขึ้น เพราะรากผมถูกทำลายจากแรงดึงแล้ว ยังทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณศีรษะไม่สะดวก นำไปสู่อาการปวดหัวเรื้อรังและโรคเครียด ซึ่งปกติแล้วผู้หญิงทำงานต้องแบกรับความเครียดอย่างมากอยู่แล้วในแต่ละวัน ในวันทำงานจึงควรหันมาปล่อยผมสบายๆ แทนที่จะรวบผมตึงดูบ้าง เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองง่ายขึ้น และทำให้รู้สึกเป็นทางการน้อยลง จะได้ช่วยลดความเครียด และลดอาการปวด ตึง บริเวณศีรษะและท้ายทอยเนื่องจากความเครียด

          จากการศึกษาความต้องการของผู้บริโภคโดยบริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ โดฟ ครีมแชมพูและคอนดิชั่นเนอร์ พบว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่อยากปล่อยผมให้ผมทิ้งตัวนุ่มสลวย มีชีวิตชีวา แต่ผู้หญิงมักรู้สึกไม่มั่นใจในสุขภาพผมของตัวเอง เพราะมีเส้นผมที่ไม่แข็งแรง แห้ง ชี้ฟู ไม่เป็นทรง จึงเป็นเหตุผลให้สาวๆ หลายคนที่ไม่มีเวลาเข้าร้านเสริมสวย สระ ไดร์ ให้ผมเข้ารูปเป็นทรงสวย แก้ปัญหาด้วยการรัด มัด หรือคาดผม เพราะไม่มั่นใจในสุขภาพผมของตัวเอง
          โดฟแนะวิธีดูแลผมสวย สุขภาพดีจนปล่อยผมได้ทุกเวลาไว้ด้วยว่า ทุกเช้าหลังตื่นนอน ใช้ปลายนิ้วมือสางผมออกอย่างอ่อนโยนป้องกันปัญหาผมพันกัน ก่อนสระผมใช้แปรงไม้แปรงผมอย่างเบามือ เพื่อให้สิ่งสกปรกที่ติดผมอยู่หลุดออก เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผมที่เหมาะกับเส้นผม หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีแรงๆ ซึ่งอาจทำลายสมดุลของสุขภาพผมได้ หมั่นบำรุงผมด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมอยซ์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้น เพื่อคืนความชุ่มชื้นที่สูญเสียไปให้แก่เส้นผม หลีกเลี่ยงการใส่ครีมนวดบริเวณโคนผม อย่าเกาหนังศีรษะหรือขยี้ผมแรงๆ ระหว่างสระ ควรใช้ปลายนิ้วมือนวดบำรุงหนังศีรษะอย่างอ่อนโยน เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

          ขณะผมเปียกจะอ่อนแอเป็นพิเศษ หลังสระจึงไม่ควรขยี้หรือแปรงผมแรงๆ หากมีเวลาควรปล่อยให้ผมแห้งเอง หลีกเลี่ยงการไดร์ หนีบ หรือม้วนผมด้วยความร้อนสูงๆ วิธีแปรงผมที่ถูกต้องให้แบ่งผมเป็นส่วนๆ ค่อยๆ หวีผมทีละส่วนด้วยหวีไม้ซี่ห่าง หลีกเลี่ยงหวีพลาสติกที่จะทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต เริ่มแปรงผมจากด้านในมาด้านนอก แปรงผมอย่างอ่อนโยนจากบนลงล่าง กินอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน วิตามินบี 6 แมกนีเซียม สังกะสี เพื่อบำรุงเส้นผม หมั่นเล็มปลายผมทุก 8-10 สัปดาห์ และสุดท้ายหลีกเลี่ยงการรัดผม มัดผม หรือคาดผมตึงแน่น


ขอขอบคุณข้อมูลจาก